rewrite ยาเสพติด / news center

โครงสร้าง

เริ่มด้วยการเกริ่นเนื้อเรื่อง คือปัญหาของยาเสพติด หลังจากนั้นจะเป็นข้อมูลของงานทั้ง 8 กลุ่ม เริ่มที่ จุดอันตรายในพื้นที่เสี่ยงจังหวัดปทุมธานี, ยาไอซ์และแนวโน้มความนิยมของวัยรุ่น, เส้นทางอาชญากรรมเยาวชนอาชีวะ, ข้าราชการที่พัวพันกับยาเสพติด, แพะรับบาป, งบประมาณเงินอุดหนุนด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด, โครงการค่ายบำบัดฟื้นฟูผู้เสพและผู้ติดยาเสพติด และสถานบำบัดผู้ติดยาเสพติด

Rewrite ปัญหาเยาวชนกับยาเสพติดในพื้นที่ปทุมธานี

ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมาอย่างยาวนานในประเทศไทย และดูเหมือนว่ารัฐบาลหลายสมัยที่ผ่านมาจะมีความพยายามในการแก้ไขปัญหานี้ แต่ก็ไม่เคยประสบผลสำเร็จและไม่เคยปราบปรามไปได้หมดเลยสักครั้ง

จังหวัดปทุมธานีก็เป็นพื้นที่หนึ่งที่มีอัตราการเกิดคดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเยอะมาก เนื่องจากจังหวัดปทุมธานีนั้นเป็นบริเวณปริมณฑลและอยู่ใกล้กับกรุงเทพมหานครฯ จึงมีคดีมากมายที่เกี่ยวกับยาเสพติดเกิดขึ้นที่นี้ ส่วนหนึ่งคงมาจากจังหวัดปทุมธานีเองเป็นพื้นที่ที่เป็นเส้นทางในการลำเลียงยาเสพติด จึงกลายเป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่จะเห็นข่าวคราวเกี่ยวกับยาเสพติดบ่อยมาก

จังหวัดปทุมธานีเองเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่เสี่ยงในการที่จะพบเจอปัญหายาเสพติดมากที่สุดอีกจังหวัดหนึ่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ 7 อำเภอ คือ 1. อำเภอเมืองปทุมธานี สภาพปัญหาที่พบคือ การค้า และแพร่ระบาด 2. อำเภอคลองหลวง สภาพปัญหาที่พบคือ มีการลำเลียง พักยา การค้าและ แพร่ระบาด 3. อำเภอธัญบุรี สภาพปัญหาที่พบ คือ มีการลำเลียง พักยา การค้า และการแพร่ระบาด 4. อำเภอลำลูกกา สภาพปัญหา ที่พบคือ มีการลำเลียง การค้า แพร่ระบาด 5. อำเภอลาดหลุมแก้ว สภาพปัญหาที่พบคือ มีการลำเลียง การค้า แพร่ระบาด 6. อำเภอสามโคก สภาพปัญหาที่พบคือ มีการลำเลียง การค้า แพร่ระบาด 7. อำเภอหนองเสือ สภาพปัญหาที่พบคือ การค้า และแพร่ระบาด ซึ่งพื้นที่เหล่านี้จำเป้ฯที่จะต้องจับตาเผ้าระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตพื้นที่อำเภอคลองหลวง ที่มีสถานศึกษาอย่างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ซึ่งเป็นสถานศึกษาที่มีจำนวนนักศึกษาอยู่มาก จึงมีความเสี่ยงและเป็นพื้นที่อันตรายมากที่สุด

สำหรับยาเสพติดที่มีความเสี่ยงว่าจะมีแนวโน้มการเสพเพิ่มมากขึ้นคงจะเป็น “ยาไอซ์” โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มของนักศึกษา ดังที่ได้กล่าวไปแล้วว่าเขตพื้นที่อำเภอคอลงหลวงที่มีสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาถึง 2 สถาบันนั้น เนื่องจาามีความเชื่อที่ว่าการเสพยาไอซ์จะทำให้ผอม ผิวสวย ขาวใสและหุ่นดีขึ้น ซึ่งนั่นเป็นความเชื่อที่ผิดมหันต์  เพราะนอกจากยาไอซ์จะมีราคาสูงถึงกรัมละ 2,000 – 4,000 บาทแล้ว ยังเสี่ยงที่จะทำให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพมากกว่าคนทั่วไปอีกหลายเท่าตัว

ซึ่งจากการพบว่ามีการแพร่ระบาดของยาเสพติดที่มีจำนวนมากในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี จะพบว่าล้วนแล้วแต่เป็นสถานที่พักอาศัย ห้างสรรพสินค้าแสถานที่ที่กลุ่มวัยรุ่นนิยมพบปะสังสรรค์กัน เมื่อเกิดการรวมกลุ่มกันแล้วก็จะทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมาอีกมากมาย ซึ่งปัญหาที่พบได้บ่อยที่สุดในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีก็คือ การทะเลาะวิวาทและยกพวกตีกันของกลุ่มเยาวชน แต่ที่น่าแปลกใจก็คือความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากกลุ่มเยาวชนเหล่านั้น มักจะมีอาวุธปืนเข้ามาด้วยเสมอ จึงเป็นที่น่าสังเกตว่าทำไมเยาวชนเหล่านั้นถึงสามารถพกพาอาวุธปืนได้ หรือว่ามันสามารถหาได้ง่ายดายมาก

สาเหตุอย่างหนึ่งที่คงพอจะเป็นคำตอบสำหรับเรื่องเหล่านี้ได้ก็คงหนีไม่พ้นยาเสพติด การเดินทางเข้าสู่เส้นทางนั้นก็เริ่มต้นจากการนำเงินไปซื้อยาเสพติดให้กับคนรู้จัก หลังจากนั้นก็จะมีวิธีการหาเงินจากทางด้านอื่น ๆ อย่างเช่น การพนัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพนันฟุตบอล ซึ่งสามารถพบเจอได้ง่ายมาก หากเลวร้ายไปกว่านั้นก็คือการเป็นโจร เริ่มจากการหาเงินโดยการขโมยทรัพย์สินของคนในครอบครัว และไปจนถึงการขโมยของผู้อื่น เพื่อหาเงินมาเสพยาเสพติดหรือซื้ออาวุธปืนไว้ในครอบครอง โดยอาจจะซื้อได้จากกลุ่มคนในวงการที่ทำเรื่องผิดกฎหมายเช่นเดียวกัน

เมื่อมีการพบปะพบเจอกับกลุ่มคนมากมายที่เกี่ยวข้องกันในเรื่องยาเสพติดมากยิ่งขึ้น แน่นอนว่าสิ่งที่จะตามมาก็คือการเข้าไปพัวพันกับกลุ่มผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นข้าราชการในพื้นที่นั้น อย่างเช่น อบจ. หรือข้าราชการทหารหรือตำรวจ โดยที่ส่วนใหญ่ที่พบและสามารถจับกุมได้นั้นจะพบมูลค่าความเสียหายนับพันล้านบาท โดยกลุ่มข้าราชการเหล่านี้ล้วนแต่เป็นผู้อยู่เบื้องหลังของการกระทำผิดที่เกิดจากเยาวชนทั้งสิ้น

ไม่เพียงแค่นั้น ยังมีการแจ้งเข้ามาอีกว่าในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีนั้น พบว่ามีข้าราชการตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่หักเงินงบประมาณในการปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติดสูงถึง 30% ทำให้งบประมาณที่ลงไปสู่พื้นที่จริง ๆ นั้นเหลือน้อยลง และเจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อยก็ไม่สามารถที่จะปฏิบัติงานได้อย่างเต็มที่ เพราะนอกจากงบประมาณไม่เพียงพอแล้ว ผู้มีอำนาจเองก็ยังให้การสนับสนุนการกระทำผิดเหล่านี้อีกด้วย

เมื่อหน่วยงานมีสีเข้ามาเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดแล้ว ย่อมแน่นอนว่าเจ้าหน้าที่เองก็ต้องทำหน้าที่ในการรักษาความถูกต้องอีกด้วย เมื่อหน้าที่ทั้ง 2 ขัดแย้งกัน สิ่งที่จำเป็นต้องทำคือ การทำให้เรื่องผิดกลายเป็นถูก โดยการหาแพะรับบาปในการโยนความผิดที่เกิดขึ้น และกลุ่มที่มีความเสี่ยงมากที่สุดก็คือกลุ่มของเยาวชนที่หลงผิดได้ง่าย สิ่งยั่วยุต่าง ๆ ก็มีเยอะแยะมากมาย นอกจากนั้นแล้วในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีนั้น กลุ่มที่มีความเสี่ยงอีกกลุ่มหนึ่งคือกลุ่มของแรงงานต่างชาติ ที่ชอบรวมกลุ่มกันมั่วสุม จึงเป็นที่มาที่ว่าทำไมตำรวจจึงชอบจับแรงงานต่างด้าวในข้อหาค้ายาเสพติด ไม่ว่าจะผิดจริงหรือไม่มีความผิดใด ๆ

และเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นมานั้น รัฐบาลเองก็ได้พยายามที่จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นมา ไม่ว่าจะด้วยวิธีการต่าง ๆ ตามแต่ละพื้นที่ ซึ่งสิ่งที่มีความจำเป้ฯเป็ฯอย่าวงมากก็คือเรื่องของเงินงบประมาณสนับสนุนการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยได้จัดสรรงบประมาณให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีจุดมุ่งหมายเพื่อยับยั้งและกำจัดยาเสพติดให้หมดไป

ถึงแม้ว่าจะมีการโกงเงินงบประมาณที่รัฐบาลให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกันบ้าง แต่งบประมาณอันน้อยนิดที่ไปถึงผู้ปฏิบัติงานก็แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้ไม่หมดอยู่ดี ในปีหนึ่ง ๆ รัฐบาลต้องเสียเงินงบประมาณแผ่นดินไปกับการแก้ไขปัญหาดังกล่าวถึง 2,000 กว่าล้านบาท ซึ่งถือเป็นจำนวนที่มหาศาล แต่ก็ยังมาสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างจริงจังอยู่ดี

และแน่นอนว่าเงินงบประมาณที่ได้มานั้นส่วนหนึ่งก็ถูกนำมาใช้ในการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด ซึ่งในจังหวัดปทุมธานีเองก็คือ ค่ายบำบัดฟื้นฟูสรรถภาพผู้เสพและผู้ติดยาเสพติดลาดหลุมแก้ว เป็นศูนย์ควบคุมแห่งเดียวในสังกัดกรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม ตั้งอยู่เลขที่ 99 หมู่ 3 ตำลบคูบางหลวง อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานีเป็นหน่วยงานที่มีมาตรฐานด้านการฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดและเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ของบุคลากรตามกฎหมาย บังคับบำบัดภาย ในปี พ.ศ.2556 โดยมีพันธกิจหลักคือการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดอย่างมีมาตรฐาน ส่งเสริมและสนับสนุนการนำครอบ-ครัวและเครือข่ายชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการฟื้นฟูฯสงเคราะห์ผู้เข้ารับการฟื้นฟูฯ ทั้งในระหว่างและหลังพ้นการฟื้นฟูฯ ซึ่งสะดวกต่อเยาวชนที่กระทำผิดและต้องการเข้ารับการบำบัด เพราะที่ศูนย์แห่งนี้เคยทำการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดห้ออกไปใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติแล้วถึงจำนวน 1,574 คน

นอกจากโครงการบำบัดฟื้นฟูของค่ายบำบัดฟื้นฟูสรรถภาพผู้เสพและผู้ติดยาเสพติดลาดหลุมแก้วแล้ว ยังมีสถานบำบัดผู้ติดยาอื่น ๆ อีกมามายในเขตพื้นที่ปทุมธานี บำบัดรักษา คือ รพ.คลองหลวง ,รพ.ธัญญารักษ์ ,รพ.ธัญบุรี ,รพ.ปทุมธานี ,รพ.ประชาธิปัตย์ ,รพ.ลาดหลุมแก้ว ,รพ.ลำลูกกา  ,รพ.สามโคก  ,รพ.หนองเสือ ,รพ.รังสิต ,คลินิกพิศาลบุตร ,และศูนย์ฟื้นฟูชีวิตผู้ติดยาเสพติดคอมมูนิต้าอินคอนโทร ซึ่งผู้ที่เข้ามารับการบำบัดนั้นแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ กลุ่มผู้ที่มีความสมัครใจจะบำบัดและไม่สมัครใจบำบัด ซึ่งระยะในการบำบัดนั้น ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของผู้ป่วยว่าเป็นอย่างไร มีอาการแทรกซ้อนหรือมีอาการทางจิตร่วมด้วยหรือไม่

ปัจจุบัน “การบำบัดรักษา” ถือเป็นทางเลือกสำคัญที่บุคคลใกล้ชิด ควรแนะนำกับผู้ป่วยยาเสพติด ไม่เพียงดีกับสุขภาพ แต่ยังรวมถึงอนาคตที่จะมีโอกาสกลับคืนสู่สังคมไปใช้ชีวิตตามปกติด้วย

จากข้อมูลดังกล่าวจะเห็นได้ว่าสถานการณ์ยาเสพติดเป็นสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวอย่างมาก ถึงแม่อาจจะไม่เกี่ยวข้องกันโดยตรงกับผู้ที่ไม่ได้เสพหรือค้า แต่หากมองให้ลึกซึ้งมันก็อยู่รอบตัวเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเสี่ยงก็คือเหล่าเยาวชน เพราะในจังหวัดปทุมธานีนั้นมีสถานศึกษาและหอพักอยู่เป็นจำนวนมาก จึงมีความเสี่ยงที่จะเข้าไปพัวพันทั้งแบบตั้งใจและไม่ตั้งใจ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ปกครองและผู้ที่เกี่ยวข้องจะให้ความสำคัญและดูแลเยาวชนอย่างใกล้ชิด เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาสังคมอื่น ๆ ที่จะตามมาอีกด้วย

 

 
News center

ความคืบหน้าจากเหตุระเบิดรถจักรยานยนต์บอมบ์กลางเมืองยะลา เมื่อเวลา 11.00 น. พล.ต.ปราการ ชลยุทธ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา ได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมซักถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนายพรศักดิ์ ลีลาเกรียงศักดิ์ เจ้าของร้านชัยเจริญอะไหล่ และนายบุญเยี่ยม ตันชัชวาล พล.ต.ปราการ ชลยุทธ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุก็ต้องสร้างความเข้าใจให้กับพี่น้องที่ได้รับผลกระทบและช่วยเหลือเยียวยาโดยเร็ว โดยเฉพาะสถาบันทางการเงินต่างๆ ก็ควรที่จะช่วยดูแลและช่วยเหลือผู้ประกอบการค้าที่ได้รับผลกระทบเหล่านี้ด้วย คนกลุ่มนี้ก็คงจะไม่หนีไปไหน เขาเรียกร้องให้มีวันสต๊อปเซอร์วิสในการช่วยเหลือ เพื่อที่จะได้ฟื้นฟูธุรกิจ

รายงานจากชุดสืบสวนสอบสวนระบุว่า สำหรับคนร้ายที่ก่อเหตุในเบื้องต้นพุ่งเป้าไปที่กลุ่มของนายฮาซัน มูซอดี แกนนำก่อเหตุรุนแรงระดับปฏิบัติการในพื้นที่ อ.เมือง และมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มของนายสาอูดี สตาปอ มือประกอบระเบิดที่รับผิดชอบการลอบวางระเบิดในพื้นที่ อ.ยะหา ซึ่งเชื่อว่ากลุ่มคนร้ายทั้ง 2 กลุ่มรวมตัวกันเพื่อปฏิบัติการในครั้งนี้ แต่อย่างไรก็ตามจะนำภาพที่ไดจากกล้องวงจรปิดไปตรวจสอบอีกครั้ง

โดย นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บจากเหตุ จยย.บอมบ์ ข้างองค์การโทรศัพท์ยะลา ถนนสิโรรส ตำบลสะเตง อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ว่า ได้สั่งการให้นายแพทย์สุรเชษฐ์ สถิตนิรามัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขเดินทางลงพื้นที่จังหวัดยะลา เพื่อติดตามดูแลสถานการณ์ และอำนวยความสะดวกในการดูแลรักษาผู้บาดเจ็บทั้งหมด สรุปมีผู้บาดเจ็บเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลยะลาทั้งหมด 32 ราย เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ราย ผู้บาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิด อาการเล็กน้อยแพทย์รักษาและให้กลับบ้านได้ 21 ราย รับตัวไว้รักษาในโรงพยาบาล 10 รายในจำนวนนี้สาหัส 8 ราย

 

สธ.สรุปเหตุจยย.บอมบ์ยะลา ตาย1 สาหัส 8

Source – เว็บไซต์ไทยรัฐ (Th)

Sunday, November 18, 2012  14:20

31948 XTHAI XEDU EDU V%NETNEWS P%WTR

 

สธ.เผย เหตุ จยย.บอมบ์ ข้างองค์การโทรศัพท์ยะลา พบบาดเจ็บ 32 ราย เสียชีวิตแล้ว 1 สาหัส 8 ราย บาดเจ็บเล็กน้อย 21 ราย สั่งตั้ง รพ.หาดใหญ่-สงขลานครินทร์ เป็นแม่ข่ายใหญ่ดูแลผู้บาดเจ็บทั้งหมด

เมื่อวันที่ 18 พ.ย. นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บจากเหตุ จยย.บอมบ์ ข้างองค์การโทรศัพท์ยะลา ถนนสิโรรส ตำบลสะเตง อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ว่า ได้สั่งการให้นายแพทย์สุรเชษฐ์ สถิตนิรามัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขเดินทางลงพื้นที่จังหวัดยะลา เพื่อติดตามดูแลสถานการณ์ และอำนวยความสะดวกในการดูแลรักษาผู้บาดเจ็บทั้งหมด สรุปมีผู้บาดเจ็บเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลยะลาทั้งหมด 32 ราย เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ราย ผู้บาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิด อาการเล็กน้อยแพทย์รักษาและให้กลับบ้านได้ 21 ราย รับตัวไว้รักษาในโรงพยาบาล 10 รายในจำนวนนี้สาหัส 8 ราย ส่วนใหญ่ถูกไฟไหม้ กระดูกแขนขาหัก อวัยวะในช่องท้อง และทรวงอกถูกแรงกระแทกจากสะเก็ดระเบิด แพทย์ได้นำตัวเข้าห้องผ่าตัดทั้งหมด ล่าสุดทุกรายปลอดภัยแล้ว และนอนพักรักษาตัวที่หอผู้ป่วยสามัญ

รมว.สาธารณสุข กล่าวต่อว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กระทรวงสาธารณสุข เน้นหนักการดูแล 2 ด้าน คือ การรักษาการบาดเจ็บ และ การดูแลสุขภาพจิตของผู้บาดเจ็บ และครอบครัวของผู้เสียชีวิต เพื่อลดความรุนแรงของการกระทบกระเทือนทางด้านจิตใจหลังเกิดเหตุ และลงสำรวจเยี่ยมบ้านค้นหาผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่อการภาวะเครียดจากเหตุกระทบกระเทือนทางด้านจิตใจ สามารถช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที ขณะนี้ มีจิตแพทย์ และนักจิตวิทยาอีก 75 คน ประจำโรงพยาบาลทุกระดับ จากเหตุการณ์นี้ได้ส่งทีมจิตแพทย์ และเจ้าหน้าที่ไปดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นหญิงอายุ 49 ปี อยู่ที่ หมู่ 9 ตำบลสะเตงนอก อำเภอเมือง จังหวัดยะลาด้วย

“กระทรวงสาธารณสุข ได้วางแผนความพร้อม โรงพยาบาลในพื้นที่ 4 จังหวัดภาคใต้ เป็นมาตรฐานเดียวกัน ทั้งกำลังคน เครื่องมือทางการแพทย์ คลังเลือด ห้องผ่าตัด ห้องฉุกเฉินห้องผู้ป่วยหนัก โดยมีคณะกรรมการตอบสนองภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขในแต่ละจังหวัดเป็นศูนย์ อำนวยการสั่งการและการติดต่อสื่อสารหน่วยงานเกี่ยวข้อง รวมทั้งระบบการประสานส่งต่อผู้ป่วยหนักไปรักษาต่อทั้งทางรถยนต์ ทางอากาศยานซึ่งได้กำหนดให้โรงพยาบาลหาดใหญ่ และโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ หาดใหญ่ เป็นแม่ข่ายใหญ่ในการดูแลผู้บาดเจ็บที่มีอาการหนักรวมทั้งเน้นการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งจากหน่วยงานความมั่นคง และภาคเอกชน เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บได้อย่างรวดเร็ว และความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปช่วยเหลือ ที่ผ่านมาพบว่าประสบผลสำเร็จ เป็นอย่างดี” นพ.ประดิษฐ กล่าว.

 

ที่มา: http://www.thairath.co.th

 

ผู้บาดเจ็บเหตุระเบิด จยย.บอมบ์ยะลาพุ่งเป็น 33 ราย เชื่อฝีมือแนวร่วม 2 กลุ่มรวมหัวก่อเหตุ

Source – ASTV ผู้จัดการออนไลน์ (Th)

Saturday, November 17, 2012  15:15

30811 XTHAI XGEN V%WIREL P%ASMO

 

กรุงเทพฯ–17 พ.ย.–ASTVผู้จัดการออนไลน์

 

ยะลา – ผู้บาดเจ็บเหตุระเบิด จยย.บอมบ์กลางเมืองยะลาพุ่งเป็น 33 ราย พักรักษาตัวที่ รพ.ยะลา 10 ราย ส่วนที่เหลือแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้ จนท.เตรียมแกะรอยคนร้ายจาก CCTVหน่วยข่าวเชื่อเป็นฝีมือ “ฮาซัน มูซอดี” ร่วมมือกับ “นายสาอูดี สตาปอ”

วันนี้ (17 พ.ย.) ความคืบหน้าจากเหตุระเบิดรถจักรยานยนต์บอมบ์กลางเมืองยะลา เมื่อเวลา 11.00 น. พล.ต.ปราการ ชลยุทธ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา ได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมซักถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนายพรศักดิ์ ลีลาเกรียงศักดิ์ เจ้าของร้านชัยเจริญอะไหล่ และนายบุญเยี่ยม ตันชัชวาล เจ้าของร้านแสงไทยโลหะกิจ ซึ่งเป็นร้านที่ได้รับความเสียหายจากเหตุระเบิดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา โดย พล.ต.ปราการ ชลยุทธ ได้สอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกล่าวให้กำลังใจ

พล.ต.ปราการ ชลยุทธ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุก็ต้องสร้างความเข้าใจให้กับพี่น้องที่ได้รับผลกระทบและช่วยเหลือเยียวยาโดยเร็ว โดยเฉพาะสถาบันทางการเงินต่างๆ ก็ควรที่จะช่วยดูแลและช่วยเหลือผู้ประกอบการค้าที่ได้รับผลกระทบเหล่านี้ด้วย คนกลุ่มนี้ก็คงจะไม่หนีไปไหน เขาเรียกร้องให้มีวันสต๊อปเซอร์วิสในการช่วยเหลือ เพื่อที่จะได้ฟื้นฟูธุรกิจ

ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลาระบุว่า ที่ผ่านมาเราก็มีการระวังเต็มพื้นที่แล้วแต่ก็พบว่ามีจุดอ่อน และมีช่องโหว่ให้สามารถเข้ามาทำร้ายพี่น้องประชาชนได้ ฝ่ายเจ้าหน้าที่ก็ขอยอมรับจะปรับปรุงแก้ไขและต่อสู้ต่อไป ซึ่งหลังจากเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ทหารก็ได้ลงพื้นที่ปิดล้อมบ้านเป้าหมายที่เชื่อว่ากลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุใช้กบดาน แต่ก็ยังไม่พบเป้าหมาย ส่วนกล้องวงจรปิดโดยรอบที่เกิดเหตุนั้นสามารถบันทึกภาพเอาไว้ได้ ขณะนี้อยู่ในระหว่างการตรวจสอบ รวมทั้งเส้นทางที่คนร้ายใช้กล้องสามารถบันทึกภาพเอาไว้ได้ทั้งหมด ก็คงจะต้องตรวจสอบและขยายผลต่อไป

มีรายงานจากชุดสืบสวนสอบสวนระบุว่า สำหรับคนร้ายที่ก่อเหตุในเบื้องต้นพุ่งเป้าไปที่กลุ่มของนายฮาซัน มูซอดี แกนนำก่อเหตุรุนแรงระดับปฏิบัติการในพื้นที่ อ.เมือง และมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มของนายสาอูดี สตาปอ มือประกอบระเบิดที่รับผิดชอบการลอบวางระเบิดในพื้นที่ อ.ยะหา ซึ่งเชื่อว่ากลุ่มคนร้ายทั้ง 2 กลุ่มรวมตัวกันเพื่อปฏิบัติการในครั้งนี้ แต่อย่างไรก็ตามจะนำภาพที่ไดจากกล้องวงจรปิดไปตรวจสอบอีกครั้ง

ซึ่งในเบื้องต้นจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดจำนวนหลายตัว พบว่าสามารถบันทึกภาพของกลุ่มคนร้ายที่นำรถจักรยานยนต์พ่วงข้างคันที่ประกอบระเบิดมาจอดไว้หน้าร้านแสงไทยที่เกิดเหตุ ตั้งแต่เส้นทางที่ใช้สัญจรมาจากวัดยะลาธรรมมาราม ลอดใต้สะพานรถไปผ่านหน้าสถานีรถไฟ ตรงไปถนนสิโรรส และเลี้ยวซ้ายไปตามถนนสิโรรส ก่อนจะยูเทิร์นกลับมาจอดหน้าร้านแสงไทย ส่วนคนร้ายที่มารับก็ขับตามมาจากทิศทางเดียวกัน ก่อนจะจอดรับคนร้ายที่นำรถจักรยานยนต์พ่วงข้างมาก่อเหตุ และ ซ้อนท้ายมุ่งหน้าตรงไปยังถนนพาดรถไฟ จากนั้นเลี้ยวเข้าไปในตลาดและหายไปจากภาพ

สำหรับผู้ที่เสียชีวิตทราบชื่อแล้วคือ นางสาวพรรณี ศิรินทร์วรเวทย์ อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 54/42 หมู่ 9 ต.สะเตงนอก อ.เมือง จ.ยะลา ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 33 ราย ซึ่งแพทย์โรงพยาบาลยะลาให้นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลยะลาจำนวน 10 ราย ส่วนที่เหลือให้กลับบ้านได้–จบ–

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s